หมายเหตุ บทความนี้ผมไม่ได้เขียนขึ้นเองเหมือนบทความอื่นๆครับ ขอแทรกเข้ามาเพื่อให้บทความต่างๆในเวบนี้มีความหลากหลายขึ้น

 บทความนี้สำเนามาจากส่วนหนึ่งของกระทู้ใน pantip ตามtopic ข้างล่าง ความดีความงาม และลิขสิทธิ์ของหัวข้อนี้เป็นของ ผู้เขียนคุณ Gelgoog และทาง pantipโดยสมบูรณ์ ครับelgoog

 http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/E3494841/E3494841.html

 Shinkansen เป็นรถไฟความเร็วสูง (Super Express) ของประเทศญี่ปุ่น เริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 1964 เพื่อเป็นการต้อนรับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่ Tokyo ในปีนั้นด้วย ซึ่ง Shinkansen สายแรกก็คือ Tokaido Shinkansen วิ่งระหว่าง สถานี Tokyo-Osaka ด้วยความรวดเร็ว สะอาด และตรงต่อเวลา ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นกำลังขยายตัวอย่างเต็มที่ ทำให้รถไฟ Shinkansen ได้รับความนิยมอย่างมาก และสามารถให้บริการผู้โดยสารครบ 100 ล้านคนในปี 1967 และครบ 1,000 ล้านคนในปี 1976

Shinkansen ขบวนแรกวิ่งด้วยความเร็ว 200km/h และในปัจจุบันความเร็วของรถไฟอยู่ที่ประมาณ 300 km/h ทำให้ Shinkansen เป็นหนึ่งในรถไฟที่วิ่งเร็วเป็นอันดับต้นๆของโลกร่วมกับ TGV ของฝรั่งเศส และ ICE ของเยอรมัน อีกทั้งสถิติความปลอดภัยของ Shinkansen ยังน่ามหัศจรรย์อีกด้วย เพราะตั้งแต่เปิดให้บริการผู้โดยสารกว่า 3,500 ล้านคนมาจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้ว ยังไม่เคยมีอุบัติเหตุที่เกิดจากความผิดพลาดในการเดินรถจนทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว แม้จะมีการตกรางเป็นครั้งแรกของขบวนรถไฟ Joetsu Shinkansen หลังจากการเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ Niigata เมื่อปลายปี 2004 ก็ตาม

ด้วยความรวดเร็วและปลอดภัยดังกล่าว ทำให้นอกจากจะได้รับความนิยมจากนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นแล้ว Shinkansen ก็ยังเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักท่องเที่ยวอีกด้วย เนื่องจากทำให้สามารถลดเวลาในการเดินทางลงไปได้อย่างมากนั่นเอง

Shinkansen วิ่งไปที่ไหนบ้าง

ในปัจจุบันรถไฟ Shinkansen เปิดให้บริการทั้งหมด  8 เส้นทาง คือ

Tokaido Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี Tokyo-ShinOsaka
Sanyo Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี ShinOsaka-Hakata(Fukuoka)
Kyushuu Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี KagoshimaChuo-ShinYatsushiro
Tohoku Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี Tokyo-Hachinohe
Yamagata Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี (Tokyo)-Fukushima-Shinjo
Akita Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี (Tokyo)-Morioka-Akita
Joetsu Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี (Tokyo)-Omiya-Niigata
Nagano Shinkansen ให้บริการระหว่างสถานี (Tokyo)-Takasaki-Nagano

นอกจากนี้ยังมีส่วนต่อขยายที่มีแผนจะเปิดให้บริการภายในปี 2013 คือ

Tohoku Shinkansen จาก Hachinohe ถึง Shin-Aomori (รวมทั้งขยายเชื่อมต่อไปถึง Sapporo ในอนาคต)
Hokuriku Shinkansen จาก Nagano ถึง Toyama และ Kanazawa (รวมทั้งเชื่อมเป็นวงรอบกับ Shin-Osaka ในอนาคต)
Kyushuu Shinkansen จาก Hakata ถึง Shin-Yatsushiro (และขยายออกไปถึง Nagasaki ในอนาคต)

ซึ่งจะเห็นได้ว่าเส้นทางทั้งหมดเชื่อมต่อเมืองสำคัญๆและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆให้เดินทางถึงกันได้อย่างสะดวก

ขึ้น Shinkansen ไม่ยาก ไปลองดูกันเถอะ

การขึ้นรถไฟ Shinkansen นั้นไม่ยาก ก็คล้ายๆกับการขึ้นรถไฟทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นและประเทศอื่น โดยประเภทของที่นั่งจะแบ่งออกเป็นดังนี้

1.Non-Reserved Seat หรือ Jiyuu Seki เป็นที่นั่งแบบไม่มีการจอง ใครดีใครอยู่ ใครเร็วใครได้ ราคาถูกที่สุด สามารถซื้อตั๋วราคาตามระยะทางได้เลยแล้วไปรอขึ้นรถขบวนไหนก็ได้ (ยกเว้น Nozomi) ข้อควรระวังคือต้องตรวจสอบให้ดีว่ารถขบวนดังกล่าวจะจอดสถานีที่เราต้องการลงหรือไม่ และในช่วงวันเทศกาลรถอาจจะแน่นมากจนไม่มีที่นั่งก็ได้

2.Reserved Seat หรือ Shitei Seki เป็นที่นั่งที่ระบุหมายเลขเอาไว้ มีข้อดีก็คือมีที่นั่งแน่นอน ไม่ต้องแย่งกันขึ้น แต่ต้องนั่งขบวนที่ระบุไว้เท่านั้น ข้อเสียก็คือในกรณีที่ไปหลายๆคน ถ้าจองช้าอาจจะไม่ได้นั่งด้วยกัน และราคาจะสูงกว่า Non-Reserved Seat เล็กน้อย

3.Reserved Seat Green Car เป็นที่นั่งชั้น 1 ข้อดีและข้อเสียยังไม่ทราบเพราะยังไม่เคยนั่งครับ แต่ดูแล้วน่าจะนั่งสบายนะ

นอกจากนี้ Shinkansen ในเส้นทางระยะไกลอย่าง Tokaido,Sanyo,Tohoku ยังแบ่งรถออกเป็นประเภทย่อยๆ อีก บางขบวนอย่าง Nozomi ของ Tokaido และ Hayate ของ Tohoku จะจอดแค่สถานีใหญ่ๆเท่านั้น หรือ Kodama ของ Tokaido จอดแทบทุกสถานีเป็นต้น โดยตารางเวลา ขบวนรถ และค่าโดยสารสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ก่อนเดินทางจาก link ต่อไปนี้

http://www.jreast.co.jp/e/charge/index.asp

ขั้นตอนการใช้บริการรถไฟ shinkansen ก็เริ่มจากการซื้อตั๋ว โดยตั๋วรถนั้นสามารถซื้อได้จากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติหรือกับพนักงานโดยตรง ซึ่งในกรณีที่เป็นนักท่องเที่ยวไม่สามารถอ่านตัวคันจิออก การใช้บริการจาก Ticket Office น่าจะสะดวกกว่า โดยตรวจสอบขบวนรถ เวลา สถานีปลายทาง และประเภทของที่นั่งให้พร้อม แล้วแจ้งกับพนักงาน จ่ายเงิน หลังจากนั้นก็จะได้บัตรโดยสารมา สำหรับปัญหาที่กลัวว่าคนขายตั๋วจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้นั้น เท่าที่สังเกตดูตามสถานีใหญ่ๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว จะสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ทุกคน เพียงแต่ว่าคนญี่ปุ่นพูดอังกฤษสำเนียงเค้า กับคนไทยพูดอังกฤษแบบบ้านเรา คุยกันอาจจะเข้าใจกันยากหน่อย

ผู้ที่ใช้บัตร Japan Rail Pass และต้องการสำรองที่นั่ง ให้นำบัตร Japan Rail Pass มาจองที่ได้เลยครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มแต่อย่างใด
ใครที่ใช้ Japan Rail Pass ทั้งแบบจองและไม่จองที่นั่ง ต้องนำบัตรมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ดู

Non-Reserved Seat โชว์บัตร Japan Rail Pass อย่างเดียว
Reserved Seat แสดงบัตร Japan Rail Pass พร้อมทั้งตั๋วระบุที่นั่ง

Popularity: unranked [?]


Start Slide Show with PicLens Lite PicLens