หมายเหตุ
tripjapan.info ขอยืนยัน นอนยันว่าบทความ และภาพประกอบนี้นำมาจาก
บทสัมภาษณ์ของคุณฮิโระในเวบไซต์ของกรุงเทพธุรกิจออนไลน์
ขอนำบทสัมภาษณ์ที่เปิดเผยความเป็นคนญี่ปุ่นคนนึง
ของคุณฮิโระที่หลงรักเมืองไทยและอยากจะทำรายการท่องเที่ยวมุมมอง
แปลกใหม่ให้คนไทยชม
บทสัมภาษณ์นี้ต้นฉบับของ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และคุณโดย : ชุติมา ซุ้นเจริญ
โดยสมบูรณ์นะครับ
คุณๆสามารถอ่านบทสัมภาษณ์ต้นฉบับได้ที่ linkข้างล่างนี้นะครับ
เปิดแดนซามูไร-เปิดใจ-ฮิโระ-ซาโนะ

เปิดแดนซามูไร เปิดใจ ฮิโระ ซาโนะ

โดย : ชุติมา ซุ้นเจริญ

คุยกับหนุ่มญี่ปุ่นหัวใจไทย ที่อาสาพาคนไทยสำรวจแดนปลาดิบ ในฐานะเจ้าของวัฒนธรรม ผ่านรายการท่องเที่ยวไม่ไร้สาระ ทางทีวีไทย

แม้ว่าจะถูกเบียดด้วยกระแส เค-ป็อป แต่ญี่ปุ่นก็ยังติดอันดับต้นๆ ของแหล่งท่องเที่ยวในฝัน ถึงกับมีคำกล่าวว่า “หากยังสัมผัสความงามไม่ครบทั้งสี่ฤดู คุณก็ยังไปไม่ถึงญี่ปุ่น”

…อาจจะจริง แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่า “ไปที่ไหน” และ “ไปกับใคร”

ฮิโระ ซาโนะ (Hiro Sano) หนุ่มญี่ปุ่นหัวใจไทย คือคนที่อาสาพาคนไทยสำรวจแดนปลาดิบ ในแบบที่ไม่ต้องยุ่งยากขอวีซ่า ไม่ต้องเสียเวลาในการจองตั๋วเครื่องบินหรือหาข้อมูล เพราะเขาจะพาคุณท่องบ้านเกิดแบบเจาะลึกด้วยภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่น บนพื้นฐานความเข้าใจในฐานะเจ้าของวัฒนธรรม ผ่านรายการท่องเที่ยวไม่ไร้สาระ “วาบิ ซาบิ” ซึ่งออกอากาศทางทีวีไทย ทุกวันอาทิตย์เวลา 22.30-23.00 น.

ฮิโระ ไม่ใช่พิธีกรหน้าใหม่ เขาผ่านงานแสดงมาแล้วทั้งภาพยนตร์ ละคร และโฆษณา ผลงานที่เป็นที่รู้จักก็ได้แก่  อินวิซิเบิล เวฟส์ คำพิพากษาของมหาสมุทร, ช็อกโกแลต, The queen of Lankasuta และล่าสุด  A moment in June
8 ปีกับหลากหลายบทบาทในเมืองไทย ต้องยอมรับว่านาทีนี้หน้าที่การเป็นพิธีกรทำให้เขาถูกจับตามองมากขึ้น

ทำไมถึงคิดทำรายการท่องเที่ยว

เวลาทำงาน คนที่ผมร่วมงานด้วยพอเขาเห็นผมเป็นคนญี่ปุ่นก็จะถามว่า ที่ญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ฤดูนี้สวยมั้ย อิคคิวซังอยู่ไหน มีคำถามเยอะแยะมากมาย ผมก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนั้นผมอธิบายทีเดียวในโทรทัศน์ดีกว่า

แล้วทำไมถึงใช้ชื่อรายการว่า วาบิ ซาบิ

คำนี้ วาบิ ซาบิ ไม่มีใครไม่รู้จักในญี่ปุ่น เป็นคำที่อธิบายยากมาก เหมือนกับอธิบายว่าศาสนาพุทธเป็นอย่างไร หรือ บูชิโด เป็นอย่างไร คืออธิบายคำเดียวยาก แต่ถ้าจะให้อธิบายชัดๆ ก็ต้องใช้คำว่า สวยงามในความไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับ Sense of Beauty ของญี่ปุ่นอยู่ในจิตใจลึกๆ

เมื่อก่อนผมทำรายการ Discover Japan ชื่ออันนี้เข้าใจง่ายมาก แต่พอผมมีโอกาสมาทำรายการที่ทีวีไทย ผมอยากทำรายการลึกกว่านั้น แล้วทางช่องก็อยากให้ผมซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นพาไปเจาะลึกวัฒนธรรมและประเพณี ญี่ปุ่น ผมก็เลยคิดว่าชื่อ Discover Japan มันเบาไป แต่พอคิดจะใช้ชื่อ วาบิ ซาบิ ผมเข้าใจว่าคนไทยไม่รู้จักคำนี้เลย แต่ก็ออกเสียงน่ารักใช่มั้ยครับ วาบิ ซาบิ แล้วก็มีความหมายดีด้วย

คอนเซปต์ของรายการ วาบิ ซาบิ คืออะไร

พอทำรายการ Discover Japan  ผมรู้สึกว่าทุกคนชอบ Unseen Japan แล้วผมเป็นคนญี่ปุ่นที่พูดภาษาไทยได้ ผู้ชมหวังว่าผมจะเข้าไปญี่ปุ่นที่ไม่เคยเห็น แล้วเขาก็อยากรู้วัฒนธรรมจริงๆ ที่รายการอื่นไปไม่ถึง

คุณเลือกสถานที่ที่จะไปถ่ายทำอย่างไร

สถานที่อยู่ในหัวผม แล้วผมก็อ่านจากหนังสือ หาสถานที่ที่น่าสนใจสำหรับคนไทย สำหรับคนต่างชาติ เพราะบางทีคนญี่ปุ่นอาจสนใจไปเที่ยวที่นี่ แต่คนฝรั่งสนใจอีกที่หนึ่ง คนไทยอาจจะอยากไปเที่ยวที่อื่นซึ่งไม่เหมือนกันเลย ผมอยู่ญี่ปุ่นมา 25 ปีก่อนจะมาอยู่เมืองไทย ผมเข้าใจลักษณะของคนญี่ปุ่นดี ส่วนคนไทยผมก็พยายามจะปรับตัวให้เข้าใจอารมณ์คนไทยมากที่สุด พยายามเลือกสถานที่ที่คิดว่าคนไทยน่าจะชอบ

รูปแบบรายการดูเรียบง่ายเหมือนไปเที่ยวกันเอง อันนี้เป็นความตั้งใจหรือเปล่าคะ

ครับ จริงๆ ทีมงานเราก็เยอะนะครับ เวลาจะเดินทางไปแต่ละทีผมขอวีซ่าให้พนักงานยากมาก มีคนเคยถามผมว่า ทำไมญี่ปุ่นขอวีซ่ายากมาก ผมก็อืม..เข้าใจ เพราะพนักงานผมเวลาจะไปญี่ปุ่นก็ลำบาก ผมก็เลยอยากให้เวลาคุณดูรายการนี้แล้วรู้สึกว่าได้ไปเที่ยวจริงๆ แล้วก็บางทีอาจดูเหมือนไม่มีสคริปต์ แต่จริงๆ แล้วเรามีสคริปต์ คือว่าผมอยากให้ออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุด ผมดูรายการของไทยแล้วบางทีมันไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ

ตั้งแต่ทำรายการมา ประทับใจที่ไหนมากที่สุด

ทุกที่ครับ ทุกที่พิเศษสำหรับผม ถ้าคุณได้ดูรายการคุณจะรู้สึกได้ นั่นไม่ใช่การแสดงนะครับ ผมเป็นคนที่…ตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ถ้าอร่อย ก็…อร่อย (ทำน้ำเสียงและสีหน้าที่บ่งบอกว่าอร่อยสุดๆ) บางคนก็จะบอกว่าขนมเนี่ยซื้อได้ทุกที่เลยนะฮิโระ ทำไมต้องประหลาดใจขนาดนั้น (หัวเราะ)

หลังจากได้พาคนไทยไปรู้จักญี่ปุ่นในแง่มุมต่างๆ ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม บางครั้งยังพูดถึงปรัชญาด้วย คุณคิดว่าตัวเองได้อะไรจากการทำรายการนี้คะ

หลายอย่างมากๆ ไม่ใช่แค่ประเทศญี่ปุ่นนะ เพราะรายการอย่างนี้ Target คือคนไทยเลยนะ ไม่ใช่คนญี่ปุ่น ไม่ใช่คนต่างชาติดู ผมอยู่ที่นี่ 8 ปีแล้วก็ยังไม่รู้จักคนไทย ทำรายการนี้ทำให้ผมได้เข้าใจคนไทยมากขึ้น เพราะทีมงานก็มีคนไทยด้วย อย่างเช่น ออนเซน ผมบอกว่าน้ำพุร้อนที่นี่สวยมาก ผมอยากได้ที่นี่ ผมชอบ สำหรับคนญี่ปุ่นก็ชอบมาก แต่พอกลับไปโรงแรมแล้ว เราผ่านร้านซักรีดที่ญี่ปุ่น ทีมงานผมบอกว่าอันนี้ดีมาก แปลกมากมีเทคโนโลยี ผมถามว่าตรงไหน เขาบอกว่า รองเท้าน่ะเข้า laundry ได้ด้วย ผมก็รู้สึกว่าเออ..ใช่ มันต่างจากเมืองไทย อะไรแบบนี้น่ะครับ ทุกวันๆ ทำให้ได้เรียนรู้ทุกวัน

อีกอย่างก่อนที่จะไป ผมทำการบ้านเยอะ ต้องอ่านหนังสือ หาข้อมูลจากเว็บไซต์จะได้อธิบายถูก ก็ทำให้ได้เรียนรู้เพิ่มขึ้นด้วย

เคยเห็นในรายการ บางตอนคุณแนะนำตัวเองว่าเป็นคนไทย?

คือผมรักเมืองไทย ถึงผมจะเกิดที่ญี่ปุ่น เป็นคนญี่ปุ่นแท้ๆ แต่ผมรู้สึกเหมือนเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น เคยบอกว่าเป็นคนไทย มาจากเมืองไทย คนญี่ปุ่นก็บอกว่า…พูดภาษาญี่ปุ่นเก่งมาก ผมบอกว่าก็เกิดที่ญี่ปุ่น เขาก็…โธ่

บางครั้งก็เลยมีการเปรียบเทียบระหว่างเมืองไทยกับญี่ปุ่นด้วย?

ผมไม่ได้บอกว่าญี่ปุ่นดีหรือคนไทยไม่ดีนะ คือผมอยู่ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น ทั้งสองประเทศมีดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ผมพยายามหาตัวอย่างที่ดีของญี่ปุ่นมาแนะนำ คนดูจะได้กลับคิด เช่นเรื่องน้ำเราต้องรักษานะ ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้บ้าง แต่ผมก็ไม่ได้พูดถึงญี่ปุ่นอย่างเดียว เมืองไทยอากาศไม่ค่อยดี รถเมล์เก่าๆ ยังวิ่งไปวิ่งมาอยู่ ผมอยากให้คิดถึงอนาคต อย่างเมื่อก่อนน้ำฟรี แต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อ แล้วอากาศล่ะ อนาคตต้องซื้ออากาศหายใจหรือเปล่า ผมอยากให้คิดบ้าง ทุกคนควรจะช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

เป็นเพราะคนญี่ปุ่นค่อนข้างให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อม?

อย่างอเมริกาปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 25 เปอร์เซ็นต์ในโลก นี่คืออเมริกา ประเทศที่เราคิดว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ตรงนี้ผมคิดว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่รักษาสภาพแวดล้อมได้ดีแห่งหนึ่งในโลก น่าจะแนะนำให้คนไทยได้รู้จัก เพราะผมรักทั้งสองประเทศ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

ได้สัมผัสทั้งสองวัฒนธรรม คิดว่าอะไรคือจุดที่แตกต่างกันระหว่างคนไทยกับคนญี่ปุ่น

ต่างกันครับ อย่างเรื่อง Communication (การสื่อสาร) คนไทยจะแสดงออกเลยว่า “ใช่” หรือ “ไม่ใช่”  “เอา” หรือ “ไม่เอา” คนญี่ปุ่นบางทีอยู่ในใจ ไม่พูดออกมา ถ้าสำหรับคนไทยอาจไม่รู้คิดอะไรอยู่ ต้องเดา คนนี้ไม่สบายใจนะ หรือว่าอะไร อันนี้เป็นวัฒนธรรมที่ไม่พูดออกมาหมด ผมว่า Communication คนไทยน่าจะเหมาะกับฝรั่งมากกว่า แต่สำหรับผมถ้าเป็นคนญี่ปุ่น…แค่หายใจก็รู้กัน ถ้าเป็นคนไทยต้องพูดเยอะ แต่ผมก็ชอบนะ บางทีกับคนญี่ปุ่นต้องเดา ก็เหนื่อย เหมือนซามูไร เก็บอารมณ์ ถ้าออกอารมณ์โดนฆ่าแน่ๆ อันนี้เป็นวัฒนธรรมคนญี่ปุ่น

ถ้าเป็นเรื่องการทำงาน อย่างเวลาไปถ่ายทำรายการที่ญี่ปุ่นจะถ่ายยากมาก ทุกสถานที่ต้องขออนุญาต ร้านเล็กๆ ก็ต้องขออนุญาต สัมภาษณ์คนหนึ่งก็ต้องเขียนสคริปต์ส่งไปให้เขาดู ต้องมีกำหนดเวลาชัดเจน ไปถึง 02.45 น. รถออก 04.00 น. ห้ามช้า ซึ่งก็ดีนะครับ ทำให้วางแผนได้ แต่ที่ผมชอบเมืองไทย ไม่ใช่ด้านทำงาน การใช้ชีวิตที่นี่ทุกคนหน้าตามีความสุข มีรอยยิ้ม อยู่ญี่ปุ่นผมรู้สึกว่ามันเครียด นั่งรถไฟก็เครียดแล้ว โดยเฉพาะในโตเกียว แต่มาอยู่เมืองไทยก็ต้องปรับตัวเยอะเหมือนกัน ปรับตัวจนผมหงอกแล้วเนี่ย (หัวเราะ)

เรื่องอะไรที่ต้องปรับตัวมากที่สุดตอนอยู่เมืองไทย

อากาศ แล้วภาษาก็ด้วย

ทุกวันนี้เวลากลับไปญี่ปุ่น รู้สึกเปลี่ยนไปไหมคะ

ทั่วๆ ไปก็ไม่เปลี่ยนมาก แต่ผมรู้สึกว่าคนญี่ปุ่นเดินเร็วมากๆ แต่ผมน่ะเดินช้าเหมือนคนไทย คือผมคิดว่าทั่วโลกเหมือนกัน ประเทศที่ร้อนจะเดินช้า

ตอนยังอยู่ที่ญี่ปุ่นเดินทางบ่อยแค่ไหน

ไม่ค่อยครับ พอมาทำรายการผมใช้อ่านหนังสือ แล้วก็ปรึกษาการท่องเที่ยวญี่ปุ่นด้วย

แล้วที่เมืองไทยล่ะคะ ได้ไปเที่ยวบ้างหรือเปล่า

หลายที่ครับ ผมชอบทะเล ส่วนใหญ่ผมจะชอบไปดำน้ำ ตกปลา แล้วก็เคยไปขี่จักรยานจากกรุงเทพฯไปเขมร ไปเกาะเสม็ด เกาะกูด แต่ที่ชอบมากที่สุดคือ เกาะเต่า

อย่างที่เกาะเต่า เวลาผมไปดำน้ำจะเห็นคนเรือสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ลงไปในทะเล หรือกินน้ำกินเบียร์แล้วก็เอาขวดทิ้งลงไปในทะเล เขาต้องรู้ว่านักท่องเที่ยวเข้ามาขนาดนี้เพราะอะไร เพราะคนไทยนิสัยดี ธรรมชาติสวยงาม เพราะฉะนั้นผมอยากให้ช่วยคิดนิดหนึ่ง ช่วยกันรักษา ผมพยายามพูดเรื่องแบบนี้ในรายการ คือผมชอบเมืองไทยมากๆ ก็เลยอยากให้มีการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมให้ดี

เสียงตอบรับของรายการวาบิ ซาบิ เป็นอย่างไรบ้าง

ดีครับ มีคนมาสัมภาษณ์ทุกวัน อย่างเดือนหน้าผมจะแนะนำ Last Samurai เป็นญี่ปุ่นจริงๆ ไม่ใช่ทอม ครูซ แล้วผมก็จะพาไปดูมะม่วงลูกละ 7,000 บาท ดูว่ารสชาติเป็นอย่างไร ทำไมขายดี คิดว่าคนไทยน่าจะชอบ

ไม่อยากทำรายการท่องเที่ยวประเทศไทยบ้างเหรอ

ครับ ก็มีคนถามผมเยอะ ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้คิด แต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้ว เพราะผมรู้มาว่านโยบายของคุณอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ) เขาอยากให้คนญี่ปุ่นเข้ามาเมืองไทย แล้วญี่ปุ่นก็มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลชุดนี้ ก่อนหน้านี้อาจมีปัญหาเรื่องการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเรื่องแบบนี้คนญี่ปุ่นค่อนข้างเซ็นซิทีฟ แต่ตอนนี้ความเชื่อมั่นเริ่มกลับมา ถ้าผมทำรายการแนะนำเมืองไทยก็น่าจะดีสำหรับคนญี่ปุ่นและคนต่างชาติด้วย แล้วผมก็มีไอเดียเยอะแยะ แต่ขออุบไว้ก่อน

คาดหวังอะไรจากการทำรายการคะ

ผมหวังไว้ทุกครั้งว่าคนดูจะชอบ คิดว่าต้องสนุกแน่ แล้วก็หวังว่าผู้ชมจะได้รู้จักทั้งญี่ปุ่นและเมืองไทยเพิ่มขึ้น เหมือนผม เมื่อก่อนผมไม่เที่ยวญี่ปุ่นเลย เป็นนักเรียนการแสดงที่มหาวิทยาลัยในโตเกียว ผมก็รู้จักแค่นั้น พอได้มาใช้ชีวิตที่เมืองไทยผมชอบมาก ได้เปรียบเทียบระหว่างเมืองไทยกับญี่ปุ่น การที่ผมรู้จักวัฒนธรรมไทยมากขึ้น มันทำให้ผมรู้จักวัฒนธรรมญี่ปุ่นมากขึ้นด้วย เหมือนเป็นกระจกสะท้อน ผมคิดว่าการเปรียบเทียบสำคัญมาก

ใครที่ไม่ชอบญี่ปุ่นก็ช่วยเปิดดูรายการ ทำความรู้จักญี่ปุ่นด้วย จะได้เปรียบเทียบกลับไปว่าเมืองไทยเป็นแบบนี้นะ อันนี้ดีนะ เมืองไทยไม่เครียดมาก ทำไมต้องเดินเร็วขนาดนั้น ชีวิตไม่ต้องรีบหรอก หรือญี่ปุ่นรักษาสิ่งแวดล้อมได้ดี มีการแยกขยะ ดีนะ ผมอยากให้คนทั้งสองประเทศเข้าใจกันมากขึ้น


Start Slide Show with PicLens Lite PicLens